เทคนิคหาหุ้น Turnaround

107 Views

หุ้น Turnaround คือ หุ้นที่ราคาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เป็นขาลง หรือทรงตัวในระดับต่ำมานาน โดยมี 2 สาเหตุหลัก ที่ทำให้ราคาฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

1. กำไรรายไตรมาส เพิ่มขึ้น

Earning per Share (EPS) เพิ่มขึ้น 2 ไตรมาสติดต่อกัน แสดงให้เห็นผลประกอบการรายไตรมาสที่ดีขึ้น ถ้าเทียบกับปีก่อนแล้วแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ก็มักจะมีนัยสำคัญแล้วครับ

2. กำไรรายปี เพิ่มขึ้น

โชว์ %Growth ของ กำไรรายปี ตรงนี้เป็นเหมือนภาพใหญ่ให้เราเห็นว่าผลประกอบการทั้งปีก็ดีขึ้นแล้วนะ

3. ล้างขาดทุนสะสมได้

รายรับเพิ่มขึ้น หรือต้นทุนที่ต่ำลงด้วย จะทำให้กำไรมากขึ้นครับ เขาก็จะเริ่มชำระหนี้ ทำให้ขาดทุนสะสมลดลง จนสุดท้ายสามารถล้างขาดทุนสะสมได้ ตรงนี้สำคัญมากครับ ช่วงนี้ข่าวมักจะเริ่มออกว่า เขาเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ หรือบอกข้อดีต่างๆ ของธุรกิจแล้ว

4. ราคาโชว์

จนสุดท้าย ราคาแสดงให้เราเห็นครับ โดยการเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ อย่างเช่น บางท่านบอกว่าเบรค High เก่า หรือติดเรดาร์ New 52 Week Highs ที่แสดงให้เห็นว่า ราคาตอนนี้มากที่สุดในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาแล้ว หรือติดเรดาร์ Crossover ที่แสดงให้เห็นว่า ตอนนี้แนวโน้มราคาเปลี่ยนเป็นขาขึ้นแล้ว อาจจะเป็นสัญญาณซื้อ หรือสัญญาณบอกว่าตอนนี้หุ้นกำลัง Run trend ที่เห็นว่าขึ้นมาเยอะแล้ว แต่ก็กำลังจะชึ้นต่อไปอีกครับ

นั่นล่ะครับ!! ปัจจัยหลายๆ อย่างคอนเฟิร์มกันยิ่งมากก็ยิ่งดี ถึงจะต่างกันอย่างสุดขั้วอย่างพื้นฐานและเทคนิค แต่ถ้ายืนยันไปในทางที่ดี ความเสี่ยงที่จะผิดทางก็ลดลงเยอะครับ

1. กลุ่มที่ราคาขยับด้วยปริมาณการซื้อขายสูง หรือที่เรียกว่า “Liquidity Drinen”
หุ้นกลุ่มนี้ ในช่วงแรกราคาถูกดันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากกระแสข่าวต่าง ๆ เป็นหลัก กระแสข่าวจะเป็นตัวดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาร่วมวง และจะยิ่งผลักดันให้ขยับต่อเนื่องตามลำดับ เมื่อราคาเพิ่มขึ้นมาระดับหนึ่ง ก็อาจจะมีข่าวประกาศจากบริษัท ที่อาจจะตรงหรือไม่ตรงกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้นก่อนหน้าก็ได้

ซึ่งหลังจากนี้ ราคาก็จะเริ่มสอดคล้องกับการเปลี่ยนไปของปัจจัยพื้นฐาน หากก่อนหน้านี้ ราคาขยับขึ้นสูงหรือเร็วเกินไปก็จะปรับตัวลงมา แต่หากยังต่ำกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของปัจจัยพื้นฐาน ราคาก็มีแนวโน้มจะไปต่อได้

แต่ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น มักจะปรับตัวลงมากกว่า หรือบางครั้งไม่มีข่าวใด ๆ ประกาศออกมาเลย ข่าวที่ออกมาก่อนหน้าเป็นเพียงข่าวลือ ทั้งราคาหุ้นและปริมาณการซื้อขายก็จะลดลงไปในท้ายที่สุด

การปรับตัวของราคาหุ้นกลุ่มนี้ มักจะมีสาเหตุหลักมาจากความไม่เท่าเทียมของข้อมูล อาจมีการใช้ข้อมูลภายใน ซึ่งทำให้เกิดข้อได้เปรียบเสียเปรียบ หรือที่แย่ไปกว่านั้น เป็นการสร้างข่าวลวงเพื่อหวังทำราคา หรือปั่นหุ้นนั่นเอง

2. กลุ่มที่ราคาถูกผลักดันด้วยการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน หรือที่เรียกว่า “Earning Driven”
หุ้นกลุ่มนี้ราคาหุ้นมักจะขยับจากการค้นพบของนักลงทุน นักวิเคราะห์ ต่อการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานในทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น กำไรไตรมาสล่าสุดเติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นต้น�

โดยปกติ หากยึดที่บรรทัดสุดท้าย หรือกำไรสุทธิ จะสามารถแบ่งการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

1) ขาดทุนน้อยลง จากเดิมที่เคยขาดทุนหนักในไตรมาสก่อนหน้า แต่ไตรมาสล่าสุดกลับขาดทุนน้อยลง

2) พลิกเป็นกำไร จากที่เคยขาดทุนก็พลิกเป็นกำไร ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่มักจะมองแบบนี้เป็นหลัก

3) จากกำไรน้อย เป็นกำไรมากขึ้น หรือมีการเติบโตของกำไร แบบนี้ก็เป็นหุ้น turnaround เช่นกัน

เพราะหากกำไรทรงตัวมานาน แน่นอนว่าราคาหุ้นย่อมจะไม่ไปไหน เมื่อกำไรเริ่มออกตัวขยับเพิ่มขึ้น ราคาก็มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน แน่นอนว่ากลุ่มนี้ราคาย่อมหวือหวาน้อยกว่ากลุ่มแรก เพราะนักลงทุน โดยเฉพาะเม่ามือใหม่ มักจะถูกความโลภผลักดัน

จึงมักจะชอบกลุ่มแรกที่มีความหวือหวามากกว่า แต่หากดูกันด้วยเหตุและผลกลุ่มที่สองเหมาะที่จะลงทุนในระยะยาว เพราะหากการ turnaround ครั้งนี้มีแนวโน้มต่อเนื่อง

ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่นักลงทุนต้องกลับไปทำการบ้านว่าหุ้น turnaroud ที่เราสนใจนั้น จะ turnaroud จริงหรือไม่ และจะไปต่อได้อีกไกลแค่ไหน

บทความที่เกี่ยวข้อง: