ถอดรหัสคาแรกเตอร์ VI ของ Warren Buffet

288 Views

Mary Buffett มาเผยเคล็ดลับในการเป็นนักลงทุน VI ที่ดี จากการวิเคราะห์ถึงวิธีคิดและวิธีปฏิบัติที่ส่งผ่านมาเป็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของอดีตพ่อสามี Warren Buffett ผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “นักลงทุน VI ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก” 

1. ยิ่งคุณศึกษาเรียนรู้มาก โอกาสในการลงทุนที่ดีกว่าก็ย่อมมีเพิ่มขึ้น โดยสรุปได้จากการที่ Warren Buffett เป็นนักอ่านตัวยงคนหนึ่ง และไม่ใช่แค่ Warren แต่นักธุรกิจแถวหน้าของโลกหลายคนล้วนแต่เป็นนักอ่าน
2. นักลงทุน VI ที่ดีต้องเป็นคนใส่ใจในทุกรายละเอียดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ อย่าง Warren เอง ไม่ว่าเขาจะมีธุรกิจมากมายแค่ไหน และไม่ว่าธุรกิจนั้นจะทำเงินให้ได้มากหรือน้อย แต่ถ้าเป็นรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจนั้นๆ เขาจะต้องรู้ให้หมดและรู้ให้จริง 
3. ในอดีตที่ผ่านผา หลักการลงทุนที่สำคัญข้อหนึ่งของ Warren คือ “ไม่ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี” เพราะมองว่าสินค้าเทคโนโลยีมาเร็วไปเร็ว เทคโนโลยีก็เปลี่ยนแปลงเร็ว และเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างเยอะ
4. แต่ในช่วง 1 - 2 ปีนี้ Warren ไล่ซื้อหุ้น Apple เยอะมากประมาณ 20,000 ล้านเหรียญฯ จนหุ้น Apple มีสัดส่วนมากเป็น “อันดับ 5” ในพอร์ตของ Berkshire Hathaway (บางช่วงมากกว่าหุ้น Coca Cola) โดย Mary อธิบายว่า Warren ได้ศึกษาหุ้นตัวนี้มานาน แต่สามารถตัดสินใจซื้อ เพราะเขามองว่า ทุกวันนี้ Apple ไม่ใช่สินค้าเทคโนโลยีอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสินค้าที่มีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง (Super Brand) จนผู้บริโภค “ติดหนึบ” อีกทั้งยังนับได้ว่าเป็น “ผู้นำ” ในธุรกิจที่ทำอยู่ ประกอบกับมีทีมผู้บริหารที่เก่ง และที่สำคัญคือเป็นบริษัทที่ยังมีความสามารถในการทำกำไรในอนาคตที่ดี 
5. Warren มักย้ำเสมอว่า “คุณรักครอบครัวได้ รักเพื่อนมนุษย์ได้ แต่ห้ามรักหุ้น ห้ามเอาอารมณ์ไปใช้กับหุ้น” 
6. Warren มักเลือกลงทุนในหุ้นที่มีสินค้าที่แบรนด์แข็งแรง โดยหลักการง่ายๆ คือ ถ้าคุณขึ้นราคา แต่ลูกค้าก็ยังต้องซื้อของคุณ นั่นคือแบรนด์ที่แข็งแรง โดย Mary เล่าว่าครั้งหนึ่ง Warren เคยลงทุนผิดกับหุ้น US Airways เพราะสายการบินต้นทุนต่ำควรถือเป็นสินค้า Commodity มากกว่า เธอเทียบว่าเวลาขับรถไปสี่แยก เจอปั๊มน้ำมัน 4 แบรนด์ที่มุมถนน ถ้าน้ำมันจะหมด แล้วคุณดูแค่ว่าปั๊มไหนราคาต่ำกว่าก็เข้าปั๊มนั้น นี่คือ Commodity Style ซึ่งคุณควรอยู่ให้ห่างจากหุ้นแบบนี้ 
7. ในยุคที่ทุกคนพูดถึง Disruptive Technology แต่ Mary เชื่อว่า Warren น่าจะคิดและทำแบบเธอคือ “จับตามองต่อไปเรื่อยๆ ก่อน จนกว่าความเสี่ยงในการวิเคราะห์จะลดลง” แต่แน่นอน เวลาที่จะลงทุน เธอและเขาย่อมเลือกที่จะลงทุนในบริษัทที่ทำรายได้เติบโตขึ้นทุกปี แม้จะเป็นบริษัทอายุนับร้อยปี ไม่มีเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกใดๆ แต่เป็นบริษัทที่ทำเงินให้กับพวกเขาปีแล้วปีเล่ามากกว่า เพราะสุดท้ายสิ่งที่เขาและเธอมองหาคือ “Value Company” ไม่ใช่ Disruptive Technology
8. เวลาวิเคราะห์งบการเงิน ทั้ง Warren และ Mary มักจะต้องย้อนกลับไปไล่วิเคราะห์งบ 10 ปีย้อนหลังหรือมากกว่า เพื่อดูให้แน่ใจบริษัทนั้นเติบโตและมีฐานะการเงินดีขึ้นตลอด 10 ปี ฉะนั้น ถ้าบริษัทไหนที่เปิดมายังไม่ถึง 10 ปี พวกเขาจึงมักเลือกที่จะจับตาดูไปก่อน และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เซียน VI ทั้งสองไม่นิยมลงทุนในหุ้น IPO นั่นเพราะบริษัทอายุยังน้อยและไม่สามารถพยากรณ์ทิศทางของบริษัทในอีก 5 - 10 ปีข้างหน้าได้ บวกกับหุ้น IPO ส่วนใหญ่มักมีราคาสูงเกินไป ซึ่งขัดแย้งกับแนวทางการลงทุน VI ที่เน้นของดีราคาถูก 
9. มันดีกว่าเสมอที่คุณต้องมีเงินสดในมือ แต่อย่ามีเยอะเกินไปถ้าคุณไม่ใช่ Warren ซึ่งตอนนี้ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะลงทุนในหุ้นอะไร ให้พักเงินในกองทุนหุ้นอ้างอิงดัชนีไปก่อนจนกว่าจะเจอหุ้นที่ถูกใจ
10. ในยุคที่ตลาดหุ้นซบเซาเช่นนี้ การลงทุนแนว VI ยิ่งมีความสำคัญมาก คุณไม่จำเป็นต้องเลือกหุ้นที่หวือหวาหรือเซ็กซี่ ไม่จำเป็นต้องเลือกบริษัทที่มีเทคโลยีล่าสุด แค่เลือกหุ้นที่คุณวางใจได้ว่ามันจะทำเงินให้คุณได้ปีแล้วปีเล่า ที่สำคัญคือ มี Predictable Products, Predictable Profits ง่ายๆ แค่นี้พอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *